ค้นหา
ข่าวเด่น
...
ทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าข้ามชายแดน
ข่าวเด่น

ทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายชายแดนต่อเนื่อง โต้ข่าวบิดเบือนทำลายความเชื่อมั่น ยันไม่ปกป้องคนผิด เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าจากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวอ้างว่ากองทัพเรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ ข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติในพื้นที่ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ในช่วงปีงบประมาณนี้ (ตุลาคม 2568) จนถึงปัจจุบัน สามารถตรวจพบและจับกุมการกระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหาจำนวน 872 คน เป็นชาวต่างชาติ 848 คน ชาวไทย 24 คน ครอบคลุมทั้งการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ขนสินค้าข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ต่างประเทศ สุราแช่ สินค้าเกษตร จักรยานยนต์ มูลค่าความเสียกว่า 16 ล้านบาท และยาเสพติด โดยเป็นยาบ้า 1234 เม็ด ยาไอซ์ 18.322 กิโลกรัม เคตามีน และยาอี อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ผลการปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากองทัพเรือมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยปละละเลย และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับการกระทำผิดแต่อย่างใด และขอยืนยันนโยบายสำคัญว่า “จะไม่ยอมให้มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด” หากตรวจพบจะดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างถึงที่สุด ในด้านมาตรการควบคุมชายแดน กองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ การควบคุมและปิดด่านในพื้นที่เสี่ยงอย่างสมบูรณ์ ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้กระทำผิดพยายามใช้หลบเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกกรณี เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการกระทำที่เป็นการทรมาน หรือกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว กองทัพเรือขอย้ำว่าการรักษาความมั่นคงชายแดนจะต้องปราศจากผลประโยชน์แอบแฝง และอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และไม่หลงเชื่อข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด กองทัพเรือจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นอกจากนี้ พล.ร.ต. ปารัช โฆษกกองทัพเรือ ยังเปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวสารว่ามีอดีตข้าราชการของกองทัพเรือ และข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาสนั้น กองทัพเรือขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งกองทัพเรือให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก กองทัพเรือมีเจตนาชัดเจนที่จะเป็นองค์กรที่โปร่งใส โดยจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้กองทัพเรือ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงรวมถึงการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้คดีมีความกระจ่าง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำรงไว้ซึ่งวินัย ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีขององค์กรอย่างเคร่งครัด ขอบคุณที่มา:  https://mgronline.com/

อ่านต่อ
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อน
...
ภาครัฐเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์ สอดคล้องข้อกังวลภาคเอกชนต่อวิวัฒนาการกลโกงใหม่
ข่าวเด่น

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์อย่างเข้มงวด หลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลประชุมคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรับมือกับ “เทคนิคใหม่ๆ” ที่ผู้ขายผิดกฎหมายใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ทั้งการเปลี่ยนคำค้น แฮชแท็ก ตัวย่อ รวมถึงการใช้ภาพสื่อความหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทิศทางดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลและข้อร้องเรียนจากภาคเอกชน ที่สะท้อนพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ขายสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนในแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ ที่แม้จะมีการปิดกั้นคีย์เวิร์ดแล้ว แต่ยังพบการใช้ตัวย่อพร้อมแสดงภาพสินค้าอย่างชัดเจน และสามารถซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมตได้แม้ขัดต่อกฎหมายไทย รัฐมนตรีไชยชนกเปิดเผยว่า กระทรวงได้หารือกับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้ง LINE, Google และเตรียมนัดหมาย Facebook ในระดับภูมิภาค เพื่อเร่งอุดช่องโหว่การจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย พร้อมขอให้แพลตฟอร์มทบทวนคำนิยาม “โฆษณา” ให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงโฆษณาแบบชำระเงิน (Paid Ads) หลังพบกรณีเว็บไซต์พนันและสินค้าผิดกฎหมายยังคงปรากฏในผลการค้นหา กระทรวงยังเน้นย้ำถึงบทบาทของภาคประชาชนและภาคเอกชนในการแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย โดยเฉพาะการใช้แฮชแท็กหรือสัญลักษณ์ที่ผิดปกติ เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนว่า ภาครัฐและภาคเอกชนมองเห็นปัญหาเดียวกัน และพร้อมร่วมมือกันอย่างเป็นระบบในการยกระดับความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ลดการแพร่ระบาดของสินค้าผิดกฎหมาย และสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นในอนาคต ขอบคุณที่มา: https://www.khaosod.co.th/

อ่านต่อ

สมัครสมาชิก

สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)

สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี

แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย

พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับ

แจ้ง
เบาะแส